No Data
ในปี 2025 คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปญี่ปุ่นจะสูงถึง 2.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 30% จากช่วงก่อนเกิดโรคระบาด โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอายุ 18-30 ปี ที่ให้ความสนใจการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และวัฒนธรรมแบบลึก (Deep Culture Experience) รัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกมาตรการอำนวยความสะดวกใหม่ เช่น ระบบ eVISA สำหรับคนไทย ที่ลดระยะเวลาอนุมัติจาก 7 วันเหลือเพียง 72 ชั่วโมง พร้อมเพิ่มเที่ยวบินตรงจากเชียงใหม่และภูเก็ตสู่โอซาก้า บทความนี้จะสรุป 4 เทรนด์หลักสำหรับการท่องเที่ยวญี่ปุ่นของคนไทย พร้อมแผนการเดินทางแบบละเอียด
นอกเหนือจากโตเกียวและโอซาก้าแล้ว ยังมีภูมิภาคเหล่านี้ที่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวไทย:
ตารางเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายและระยะเวลาเดินทาง
| ภูมิภาค | ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 7 วัน (บาท) | วิธีการเดินทางจากไทย | ระยะเวลาบิน | แหล่งธรรมชาติเด่น |
|---|---|---|---|---|
| ฮอกไกโด (ซัปโปโร) | 35,000-45,000 | เที่ยวบินตรงสู่ CTS | 6.5 ชม. | ทะเลสาบโทยะ, ฟาร์มบิเอะ |
| โทฮoku (เซ็นได) | 28,000-35,000 | บินตรงสู่ SDJ | 6 ชม. | ออนเซ็นเกียวโกะ, ปราสามาৎসึชิม่า |
| ชิโกกุ (ทาคามัตสึ) | 25,000-32,000 | บินสู่โอซาก้า+รถไฟ 2 ชม. | 5.5 ชม. | พิพิธภัณฑ์ศิลปะเกาะนาโอชิมะ |
| คิวชู (ฟุกุโอกะ) | 22,000-30,000 | เที่ยวบินตรงสู่ FUK | 4.5 ชม. | คาแนลซิตี้ ย่านทานะกะ |
โดยเฉพาะ “ชิโกกุ” ที่มีอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวไทยสูงถึง 40% เน้นกิจกรรมเดินป่าเส้นทาง “Shikoku Pilgrimage” (เส้นทางแสวงบุญ 88 แห่ง) พร้อมบริการเช่ามิซูโทะ (บ้านร้างปรับปรุงใหม่) ในราคาคืนละ 1,200 บาท
กระทรวงการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (JTA) เปิดโครงการ “Japan Deep Culture Pass” สำหรับคนไทยปี 2025 โดยมุ่งเน้น 3 ประสบการณ์:
2.1 เวิร์กช็อปศิลปะดั้งเดิม
2.2 เกษตรกรรมเชิงมีส่วนร่วม
2.3 เทศกาลท้องถิ่นแบบอินเทรนด์
โครงการทั้งหมดจับคู่กับแอป “J-Cul Local” ที่มีไกด์ภาษาธรรมชาติรองรับ
3.1 ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม)
3.2 ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม)
3.3 ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน)
3.4 ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์)
ปี 2025 ญี่ปุ่นเปิดตัว “Japan Travel Pass” สำหรับนักท่องเที่ยวไทยแบบ 3 ระดับ:
4.1 รถไฟความเร็วสูง
4.2 ที่พักราคาประหยัด
4.3 บัตรส่วนลดพิเศษ
ด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น ปี 2025 ควรเตรียมตัวดังนี้:
5.1 แอปแจ้งเตือนฉุกเฉิน
5.2 ประกันภัยครอบคลุม
5.3 ศูนย์ช่วยเหลือคนไทย
การท่องเที่ยวญี่ปุ่นสำหรับคนไทยปี 2025 มุ่งเน้น “ความลึกของวัฒนธรรม” และ “ความยั่งยืน” มากกว่าการเดินทางแบบผิวเผิน แนวโน้มสำคัญคือการเติบโตของการท่องเที่ยวระดับภูมิภาค (Regional Tourism) ที่กระจายรายได้สู่ชุมชน และการผสมผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับประสบการณ์จริง อาทิ แอปนำเที่ยว AI หรือ eVISA ออนไลน์ ความท้าทายต่อไปคือการจัดการผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้ว และการรักษาสมดุลระหว่างจำนวนนักท่องเที่ยวกับคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดย JNTO คาดว่าแนวทาง “Low-Impact Tourism” (การท่องเที่ยวผลกระทบต่ำ) จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับตลาดไทยในปี 2026